สัปดาห์วันที่ 5–11 ตุลาคม 2569 มีความต่างสำคัญระหว่าง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” กับ “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” เพราะสองรายการนี้ไม่ได้จ่ายด้วยวิธีเดียวกัน และไม่ได้มีวันเงินเข้าเหมือนกันทุกกรณี สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบสิทธิหลักของเดือนตุลาคมถูกเปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมแล้ว จึงไม่มีรอบเติมวงเงินใหม่ในช่วง 5–11 ตุลาคม ส่วนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเงินรายเดือนที่ตามหลักเกณฑ์ต้องจ่ายภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน และเมื่อวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ ให้โอนในวันทำการก่อนหน้า ดังนั้นเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งวันที่ 10 ตรงกับวันเสาร์ วันโอนสำหรับผู้ที่รับผ่านบัญชีธนาคารจึงเป็นวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569
ข้อมูลด้านล่างตรวจสอบจากประกาศและเอกสารของกรมบัญชีกลาง ราชกิจจานุเบกษา หน่วยงานท้องถิ่น และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ณ ต้นเดือนตุลาคม 2569 โดยจะไม่ใช้วันที่ที่ยังไม่มีประกาศรองรับ และจะแยกให้ชัดระหว่าง “วงเงินใช้จ่าย” “เงินโอนเข้าบัญชี” และ “วันที่หน่วยงานประมวลผลภายใน” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ผู้รับสิทธิควรตรวจสมุดบัญชีหรือรายการเดินบัญชีให้ตรงกับรอบจ่าย และแยกให้ออกระหว่างวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับเงินสดที่โอนเข้าบัญชี
สรุปเร็ว: ระหว่าง 5–11 ตุลาคม 2569 มีอะไรจ่ายบ้าง
| รายการ | วันที่ที่เกี่ยวข้อง | ใครได้รับ | ลักษณะการรับ |
| บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: วงเงินเดือนตุลาคม | เปิดใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 ไม่ใช่รอบใหม่ใน 5–11 ต.ค. | ผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามเงื่อนไขกรมบัญชีกลาง | เป็นวงเงินใช้จ่าย ไม่ใช่เงินฝากเข้าบัญชี |
| เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ | ศุกร์ 9 ต.ค. 2569 สำหรับการโอนที่ยึดหลักวันทำการก่อนเมื่อวันที่ 10 เป็นวันหยุด | ผู้สูงอายุที่มีสิทธิและมีชื่ออยู่ในระบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น | โอนเข้าบัญชี หรือรับตามวิธีที่ อปท. กำหนด |
| เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทภายใต้สวัสดิการแห่งรัฐ | 20 ต.ค. 2569 อยู่นอกสัปดาห์นี้ | ผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการตามเงื่อนไขกรมบัญชีกลาง | โอนเข้าบัญชี/พร้อมเพย์ตามข้อมูลที่กำหนด |
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: สัปดาห์ 5–11 ตุลาคมมีเงินเข้าใหม่หรือไม่
ไม่มีรอบจ่ายใหม่ที่ประกาศไว้สำหรับวันที่ 5–11 ตุลาคม 2569 กรมบัญชีกลางประกาศสิทธิเดือนตุลาคมไว้ก่อนแล้ว โดยสิทธิหลักเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ผู้มีสิทธิใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดหรือแอป “เป๋าตัง” ตามช่องทางที่โครงการกำหนด
สิทธิวันที่ 1 ตุลาคมประกอบด้วยวงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาทต่อคนสำหรับเดือนตุลาคม 2569 วงเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือนสำหรับช่วงตุลาคม–ธันวาคม 2569 และวงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน วงเงินเหล่านี้เป็นสิทธิสำหรับใช้จ่ายตามประเภทที่กำหนด ไม่ใช่เงินสดที่โอนเข้าบัญชี และไม่ควรตีความว่า “เงินจะเข้าธนาคาร” ในสัปดาห์ 5–11 ตุลาคม
กรมบัญชีกลางยังประกาศรอบวันที่ 20 ตุลาคม 2569 สำหรับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือนแก่ผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการตามเงื่อนไข แต่วันที่ดังกล่าวอยู่นอกช่วงเวลาของบทความนี้ ดังนั้นหากกำลังค้นหา “เงินบัตรคนจนเข้าวันไหน 5–11 ต.ค. 69” คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ไม่มีรอบใหม่ในช่วงนั้น แม้ว่าวงเงินที่เปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 จะยังถูกใช้ได้ตามเงื่อนไขของเดือน
ตรวจสอบประกาศเดือนตุลาคมได้จาก อินโฟกราฟิกกรมบัญชีกลางเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐเดือนตุลาคม 2569 และ ข่าวแจกกรมบัญชีกลาง ซึ่งมีรายการอัปเดตวันที่ 28 กันยายน 2569
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนตุลาคม 2569: ทำไมเป็นวันที่ 9 ตุลาคม
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 กำหนดในข้อ 13 ว่าให้จ่ายเป็นรายเดือนภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน เว้นแต่มีกรณีจำเป็น และให้จ่ายเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในชื่อผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจตามเงื่อนไขของระเบียบ เอกสารฉบับเต็มเผยแพร่ใน ราชกิจจานุเบกษา: ระเบียบกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2566
แนวทางที่หน่วยงานท้องถิ่นใช้กับการโอนผ่านระบบระบุว่า หากวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ ให้โอนในวันทำการก่อนหน้า เดือนตุลาคม 2569 วันที่ 10 ตรงกับวันเสาร์ ดังนั้นวันทำการก่อนหน้าคือ วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 หลักดังกล่าวปรากฏในเอกสารและหน้าบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น แนวทางการรับยืนยันสิทธิและการจ่ายเบี้ยยังชีพของหน่วยงานท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี ผู้ที่เลือกรับเป็นเงินสดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรดูประกาศของเทศบาลหรือ อบต. ของตนโดยตรง เพราะเวลาและสถานที่รับเงินสดอาจกำหนดเป็นรายพื้นที่ แม้หลักใหญ่จะกำหนดให้จ่ายภายในวันที่ 10 ก็ตาม ส่วนผู้ที่รับผ่านบัญชีธนาคารควรตรวจรายการเดินบัญชีในวันที่ 9 ตุลาคมก่อน และเผื่อเวลาการแสดงผลของธนาคารตามช่องทางที่ใช้
ใครมีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และจำนวนเงินเท่าไร
ผู้รับต้องเป็นผู้มีสิทธิตามระเบียบและมีชื่ออยู่ในทะเบียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ การจ่ายใช้อัตราแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ซึ่งหน่วยงานรัฐยังใช้อยู่ ได้แก่ อายุ 60–69 ปี 600 บาทต่อเดือน อายุ 70–79 ปี 700 บาทต่อเดือน อายุ 80–89 ปี 800 บาทต่อเดือน และอายุ 90 ปีขึ้นไป 1,000 บาทต่อเดือน
ช่วงก่อนเดือนตุลาคมมีข้อความในโซเชียลอ้างว่าผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับ 3,000 บาทในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ข้อมูลนี้ถูกศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระบุว่าเป็นข่าวปลอม จึงไม่ควรรอเงินก้อน 3,000 บาทหรือส่งข้อมูลส่วนตัวให้เพจที่อ้างว่าจะช่วยรับเงิน ตรวจสอบคำเตือนได้จาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
วันประมวลผลกับวันเงินเข้าบัญชี ต่างกันอย่างไร
สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิวันที่ 1 ตุลาคมเป็น “วันที่เริ่มใช้วงเงิน” ไม่ใช่วันที่ธนาคารฝากเงินสดเข้าบัญชี ดังนั้นไม่ควรใช้รายการเดินบัญชีธนาคารเพื่อตรวจว่าวงเงินซื้อสินค้าหรือค่าเดินทางได้รับแล้วหรือไม่ ควรตรวจผ่านช่องทางของโครงการหรือเมื่อใช้สิทธิกับร้านค้าและผู้ให้บริการที่ร่วมโครงการ
สำหรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เอกสารที่ตรวจสอบได้กำหนดวันจ่ายหรือวันโอน แต่ไม่ได้เผยแพร่ “วันประมวลผลภายในระบบ” แยกเป็นวันทั่วประเทศสำหรับเดือนตุลาคม 2569 ดังนั้นบทความนี้จะไม่คาดเดาว่ากรมบัญชีกลางหรือ อปท. เริ่มประมวลผลวันใด สิ่งที่ผู้รับควรใช้เป็นเกณฑ์คือวันที่จ่ายที่ประกาศหรือหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานใช้ ไม่ใช่วันทำรายการภายในที่ประชาชนมองไม่เห็น
ถ้าวันที่ 9 ตุลาคมเงินเบี้ยยังชีพยังไม่เข้า ควรเช็กอะไรตามลำดับ
- ตรวจว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิในปีงบประมาณ 2570 หรือไม่ โดยดูประกาศของเทศบาล อบต. หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่มีทะเบียนบ้านอยู่ เพราะหน่วยงานเหล่านี้เป็นผู้ดูแลฐานข้อมูลผู้มีสิทธิในพื้นที่
- ตรวจบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ ว่ายังใช้งานได้ ชื่อบัญชีตรงกับข้อมูลผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจ และเป็นบัญชีเดียวกับที่แจ้งต่อหน่วยงาน หากเปลี่ยนบัญชีแต่ยังไม่ได้ปรับข้อมูล ควรติดต่อ อปท. ก่อน
- ถ้ามีการย้ายภูมิลำเนา ให้ตรวจว่าได้ยืนยันสิทธิในพื้นที่ใหม่แล้วหรือไม่ เพราะระเบียบกำหนดให้ อปท. ต้องอัปเดตข้อมูลผู้รับเบี้ยยังชีพเป็นประจำทุกเดือน และการย้ายที่อยู่มีผลต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ
- สอบถามกองสวัสดิการสังคมหรือเจ้าหน้าที่ของ อปท. ที่ดูแลทะเบียน เพื่อดูผลการโอนหรือเหตุที่ถูกระงับ ไม่ควรพึ่งโพสต์โซเชียลหรือเพจที่ขอเลขบัตรประชาชน เลขบัญชี หรือรหัส OTP
ในส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากใช้สิทธิไม่ได้หรือสถานะไม่ตรงกับที่ควรได้รับ สามารถสอบถาม Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0 2109 2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ในวันและเวลาราชการ ช่องทางดังกล่าวปรากฏในเอกสารของ กรมบัญชีกลาง
เลือกวิธีตรวจให้เหมาะกับสิทธิของคุณ
ถ้าคุณถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกำลังรอ “เงินเข้า” ระหว่างวันที่ 5–11 ตุลาคม วิธีที่เหมาะกว่าคือเช็กว่าวงเงินวันที่ 1 ตุลาคมพร้อมใช้หรือไม่ เพราะไม่มีรอบจ่ายใหม่ในสัปดาห์นี้ ถ้าคุณเป็นผู้สูงอายุที่รับเบี้ยยังชีพผ่านบัญชีธนาคาร ให้โฟกัสวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันทำการก่อนวันเสาร์ที่ 10 ส่วนผู้ที่รับเงินสดควรยึดประกาศของเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่เป็นหลัก
สิ่งสำคัญคืออย่านำกำหนดการของสองโครงการมาปนกัน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบางรายการเป็นวงเงินเฉพาะประเภทที่ใช้ผ่านระบบ ส่วนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเงินรายเดือนที่จ่ายตามระเบียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อแยกประเภทสิทธิให้ถูก จะลดความสับสนเรื่อง “วันเงินเข้า” และช่วยให้ติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ตรงจุดหากเกิดความล่าช้า