ดวงจันทร์คืออะไรทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าจุดมืดบนดวงจันทร์คืออะไร ? เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน!
มีสัญลักษณ์หลายอย่างที่แสดงถึงดวงจันทร์ และอาจมีภาพแกะสลักลักษณะดวงจันทร์อายุกว่า 4,800 ปีบนหินในเนินฝังศพโบราณใกล้เมืองโนว์ธ ประเทศไอร์แลนด์ด้วย ดร. ฟิลิป สตูค เห็นโครงร่างของดวงจันทร์เป็นส่วนโค้งซ้อนกันที่ประทับอยู่ข้างถนน ณ ตำแหน่งนี้
Leonardo da Vinci ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนแรกที่วาดภาพลักษณะดวงจันทร์ได้อย่างสมจริงจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่รูปภาพที่ไม่ใช่ภาพสัญลักษณ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่เป็นที่รู้จักนั้นเป็นของศิลปินชาวเฟลมิชชื่อ Jan van Eyck ซึ่งวาดภาพพระจันทร์เสี้ยวข้างแรมในโมเสกเรื่อง Crucifix and Last Judgment ของเขา นอกจากจะเป็นภาพดวงจันทร์ที่สวยงามแล้ว การที่ดวงจันทร์เอียงไปทางขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ยังตรงกับเวลา (15.00 น.) ที่เชื่อกันว่าพระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอีกด้วย
หากคุณใส่ใจสักนิดและหลงใหลในดาราศาสตร์ คุณก็จะสังเกตเห็นเส้นสีดำบนหน้าผลงานหรือบนท้องฟ้าในคืนพระจันทร์เต็มดวงได้ไม่ยาก สงสัยมั้ยว่าพวกมันคืออะไร?

เพื่อถ่ายภาพดวงจันทร์ NASA ได้ส่งยานสำรวจชุดหนึ่งขึ้นสู่อวกาศในปี พ.ศ. 2503 จากนั้นในปี พ.ศ. 2509 ยานสำรวจชุดหนึ่งได้ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ และถ่ายภาพเหล่านั้นแล้วส่งกลับมายังโลก ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถกำหนดได้
ในปีพ.ศ.2503 NASA ได้ส่งยานสำรวจหลายลำขึ้นไปถ่ายภาพดวงจันทร์ หลังจากปีพ.ศ. 2509 ยานสำรวจชุด Inspector ได้ลงจอดบนพื้นผิวของดาวเคราะห์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงทราบว่าแถบสีดำขนาดใหญ่และเล็กบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่เราสังเกตเห็นด้วยตาเปล่านั้น แท้จริงแล้วคือหลุมอุกกาบาตที่มีขนาดต่างกัน และพื้นที่มืดเหล่านั้นคือรอยบุ๋มบนดวงจันทร์ที่เกิดจากลาวาที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อครั้งโบราณ ภูเขาไฟบนดวงจันทร์เกิดจากการพุ่งชนของวัตถุท้องฟ้า เช่น ดาวหาง อุกกาบาต และดาวเคราะห์น้อยในอดีต
ดวงจันทร์ไม่เปล่งแสงของตัวเองเหมือนดวงอาทิตย์ เราสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์ได้เพราะการสะท้อนของแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์
และความจริงก็คือเราสามารถมองเห็นดวงจันทร์ได้เพียงด้านเดียวเท่านั้น เนื่องจากดวงจันทร์มีด้านหนึ่งที่หันเข้าหาโลกเสมอ เนื่องจากเวลาที่ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองมีค่าเท่ากับเวลาที่ดวงจันทร์หมุนรอบโลก ซึ่งก็คือ 27.3 วัน
เมื่อดวงจันทร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ โดยครึ่งหนึ่งของดวงจันทร์ที่หันเข้าหาโลกได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่ เราจะได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงที่สุด (พระจันทร์เสี้ยว) เมื่อถึงเวลานั้นเราคงสามารถเห็นรอยบุ๋มบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้