เมื่อ 22 ปีที่แล้ว Shazam แอปพลิเคชันระบุเพลงที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รักมากที่สุดในโลกได้ถือกำเนิดขึ้น ปี 2018 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ Apple ซื้อกิจการ Shazam ในราคา 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อบูรณาการบริการดังกล่าวเข้ากับระบบนิเวศของระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หลังจากที่ "กลับมาสู่ทีม Apple" เป็นเวลา 6 ปี Shazam ก็ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นด้วยการระบุเพลงได้ 100 พันล้านเพลง พร้อมทั้งเปิดเผยเพลงที่น่าประทับใจอีกหลายเพลง
เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงขนาดและความนิยมของ Shazam ได้ดียิ่งขึ้น Apple ได้แบ่งปันข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับบริการดังกล่าวดังนี้:
- การระบุตัวตน 100 พันล้านรายการ เทียบเท่ากับเพลง 12 เพลงต่อคนบนโลก
- มนุษย์จะใช้เวลา 3,168 ปีในการจดจำเพลง 100 พันล้านเพลงนี้ โดยที่ถือว่าบุคคลนั้นไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากจดจำเพลงใหม่ได้ทุก ๆ วินาที
- "Beautiful Things" ของ Benson Boone ได้รับการยอมรับ 10 ล้านครั้งในเวลาเพียง 178 วัน ด้วยอัตราดังกล่าว จะต้องใช้เวลาถึง 4,800 ปี กว่าที่เพลงดังกล่าวจะได้รับการจดจำจาก Shazam 100 พันล้านครั้ง

Modern Shazam เป็นแอปพลิเคชันที่รองรับการจดจำเพลงจากเสียงที่ป้อนเข้ามาแบบเรียลไทม์ รวดเร็วและสะดวกสบายอย่างยิ่ง และเป็นบริการที่รวมเข้ากับระบบปฏิบัติการของ Apple โดยตรง
ตัวอย่างเช่น หากคุณมี iPhone ที่มีปุ่ม Action คุณสามารถแมป Shazam เข้ากับปุ่มนั้นได้ และระบุเพลงที่กำลังเล่นได้อย่างรวดเร็ว (iPhone รุ่นเก่าสามารถทำได้จาก Action Center)
แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าก่อนที่จะสามารถใช้งานได้สะดวกเหมือนในปัจจุบัน ในปี 2002 ซึ่งเป็นปีที่มีการเปิดตัว Shazam ครั้งแรกในสหราชอาณาจักร แอปพลิเคชันนี้ขอให้ผู้ใช้กดหมายเลขสั้นๆ และถือโทรศัพท์ไว้ข้างแหล่งเพลงเพื่อดำเนินการระบุตัวตน จากนั้นผู้ใช้จะได้รับชื่อเพลงที่สอดคล้องกันผ่านทาง SMS
หกปีต่อมา Shazam ได้เปิดตัวเป็นแอพ iOS และในปี 2011 แอพดังกล่าวก็ได้รับการยอมรับถึงพันล้านครั้งแรก ปัจจุบัน Shazam มีให้บริการบนแพลตฟอร์มที่ทันสมัยทั้งหมดในรูปแบบแอปพลิเคชันแบบสแตนด์อโลนซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องความสามารถในการจดจำเพลงที่รวดเร็วและแม่นยำ