เจอปัญหาMicrosoft Edge Error 500 ใช่ไหม? ข้อผิดพลาดเซิร์ฟเวอร์ภายในที่น่าหงุดหงิดนี้อาจทำให้การท่องเว็บของคุณหยุดชะงัก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะส่วนใหญ่แล้วสามารถแก้ไขได้จากฝั่งของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชั่วคราวหรือปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้น คู่มือนี้จะนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้คุณกลับมาใช้งานออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว 😊 มาเริ่มกันเลย!
ข้อผิดพลาด Microsoft Edge Error 500คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ข้อผิดพลาด 500บ่งชี้ถึงข้อผิดพลาดภายในเซิร์ฟเวอร์ซึ่งหมายความว่าเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ประสบปัญหาในการประมวลผลคำขอของคุณ ในMicrosoft Edgeอาจเกิดจากปัจจัยฝั่งเบราว์เซอร์ เช่น แคชเสียหาย ส่วนขยายทำงานผิดพลาด หรือปัญหาเครือข่ายที่ทำให้ปัญหาเซิร์ฟเวอร์รุนแรงขึ้น สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
- 👆 เซิร์ฟเวอร์ทำงานหนักเกินไปหรือตั้งค่าไม่ถูกต้อง (ฝั่งเว็บไซต์)
- ⭐ ข้อมูลเบราว์เซอร์เสียหายใน Edge
- 🔧 เวอร์ชัน Edge ล้าสมัย หรือมีส่วนขยายที่ขัดแย้งกัน
- 🌐 อินเทอร์เน็ตไม่เสถียรหรือมีปัญหา DNS
ข่าวดี: 90% ของกรณีปัญหาแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ตามลำดับเพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วที่สุด
วิธีแก้ไขด่วน: เริ่มที่นี่เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด 500 ของ Microsoft Edge
1. พื้นฐานการโหลดซ้ำและการทดสอบ ⭐
ขั้นแรก ลองวิธีที่ง่ายที่สุดก่อน: โหลดหน้าเว็บใหม่ (Ctrl + R) หรือใช้โหมดไม่ระบุตัวตน (Ctrl + Shift + N) วิธีนี้จะข้ามการตรวจสอบแคช/ส่วนขยาย หากใช้งานได้ในโหมดไม่ระบุตัวตน แสดงว่าส่วนขยายน่าจะเป็นสาเหตุของปัญหา
2. ล้างแคชและคุกกี้ 👆
ข้อมูลที่ล้าสมัยมักทำให้เกิดปัญหาภายในเซิร์ฟเวอร์นี่คือสาเหตุ:
- เปิด Edge > จุดสามจุด > การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว การค้นหา และบริการ
- ภายใต้หัวข้อ "ล้างข้อมูลการท่องเว็บ" ให้เลือก "คุกกี้และข้อมูลเว็บไซต์อื่นๆ" + "รูปภาพและไฟล์ที่แคชไว้"
- เลือก "ตลอดเวลา" > ล้างข้อมูลตอนนี้
รีสตาร์ท Edge แค่นั้นเอง—ผู้ใช้หลายคนบอกว่าปัญหาหายไปทันที!
การแก้ไขปัญหาขั้นสูงสำหรับข้อผิดพลาดEdge Error 500 ที่แก้ไขยาก
3. ปิดใช้งานส่วนขยายทีละตัว
ส่วนขยายบางตัวอาจรบกวนการร้องขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ ไปที่ การตั้งค่าedge://extensions/แล้วปิดใช้งานส่วนขยายทั้งหมด จากนั้นเปิดใช้งานทีละตัวเพื่อระบุส่วนขยายที่เป็นต้นเหตุ
4. อัปเดตหรือรีเซ็ต Microsoft Edge
โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้ Edge เวอร์ชันล่าสุด (ตรวจสอบได้ผ่านทางedge://settings/help) หากปัญหายังคงอยู่:
- การตั้งค่า > รีเซ็ตการตั้งค่า > "คืนค่าการตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น"
- การดำเนินการนี้จะไม่ลบที่คั่นหน้า/รหัสผ่าน
5. การแก้ไขปัญหาเครือข่ายและ DNS
ข้อผิดพลาดเซิร์ฟเวอร์ภายในเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกับปัญหาการเชื่อมต่อ ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
| ขั้นตอน |
การกระทำ |
เหตุผลที่มันช่วยได้ |
| 1️⃣ |
รีสตาร์ทเราเตอร์/โมเด็ม |
รีเฟรช IP/DNS |
| 2️⃣ |
ล้างแคช DNS: พิมพ์ Cmd + "ipconfig /flushdns" |
ล้างแคช DNS ที่เสียหาย |
| 3️⃣ |
เปลี่ยน DNS เป็น Google (8.8.8.8) |
หลีกเลี่ยงปัญหาของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต |
| 4️⃣ |
ทดสอบบนอุปกรณ์/เครือข่ายอื่น |
แยกส่วน Edge ออกจากส่วน Network |
เคล็ดลับ: ใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหาในตัวของ Edge ได้ที่ การตั้งค่า > ระบบ > "แก้ไขทันที"
6. ตรวจสอบสถานะเว็บไซต์และติดต่อฝ่ายสนับสนุน
ตรวจสอบว่าเป็นปัญหาทั่วทั้งเว็บไซต์หรือไม่โดยใช้DownDetectorหากเป็นปัญหาฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ให้รอสักพักหรือส่งอีเมลไปยังผู้ดูแลระบบเว็บไซต์ สำหรับข้อบกพร่องเฉพาะของ Edge โปรดไปที่ฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft Edge
เคล็ดลับการป้องกัน: ปราศจากข้อผิดพลาดตลอดไป 🚀
- ⭐ ควรล้างแคชเป็นประจำทุกสัปดาห์
- 👆 อัปเดต Edge อัตโนมัติอยู่เสมอ
- 😊 จำกัดการใช้ส่วนขยายเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
- ควรใช้ VPN อย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดของเซิร์ฟเวอร์ได้
แก้ปัญหาข้อผิดพลาด 500 ของ Microsoft Edgeได้แล้วหรือยัง? แชร์ความสำเร็จของคุณในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลย! หากวิธีเหล่านี้ไม่ได้ผล โปรดแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ขอให้สนุกกับการท่องเว็บ! 🎉