คอมพิวเตอร์ของคุณกำลังประสบปัญหาความหน่วงจากฟีเจอร์ Startup Boost ของ Microsoft Edgeใช่ไหม? ฟีเจอร์ที่สัญญาว่าจะเปิด Edge ได้อย่างรวดเร็วกลับกลายเป็นว่าทำให้การบูตเครื่องที่เคยเร็วกลายเป็นช้าลงอย่างน่าเหลือเชื่อ 😩 ไม่ต้องกังวลไป คุณไม่ได้อยู่คนเดียว และเรามีวิธีแก้ไขที่จะช่วยให้เครื่องของคุณกลับมาเร็วขึ้น ในคู่มือนี้ เราจะชี้ให้เห็นถึงสาเหตุและนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายและมีประสิทธิภาพเพื่อกำจัดความหน่วงของ Startup Boostและเร่งความเร็วในการบูตเครื่อง ของคุณ ติดตามชมขั้นตอนการแก้ไขปัญหาทีละขั้นตอนที่ใช้ได้กับ Edge เวอร์ชันล่าสุด!
Microsoft Edge Startup Boostคืออะไรและทำไมจึงทำงานช้า?
Startup Boostคือลูกเล่นการโหลดล่วงหน้าที่ชาญฉลาดของ Edge: มันจะเรียกใช้กระบวนการพื้นหลังเมื่อบูตเครื่องเพื่อให้เบราว์เซอร์เปิดขึ้นทันที ฟังดูดีใช่ไหม? แต่เมื่อมันขัดแย้งกับ RAM เหลือน้อย แอปพลิเคชันที่ขัดแย้งกัน หรือแคชที่บวม มันจะทำให้Startup Boost ทำงานช้าลง อย่างมาก — ระบบของคุณจะค้าง การบูตช้า และ Edge รู้สึกไม่ตอบสนอง ปัญหานี้พบได้บ่อยใน Windows 10/11 ที่มีการทำงานหลายอย่างพร้อมกันอย่างหนัก
สัญญาณบ่งชี้ที่สำคัญ: การบูตเครื่องช้าเกิน 30 วินาที, CPU สูงขณะเริ่มต้นระบบ, Edge ขัดข้องขณะเปิดใช้งาน พร้อมแก้ไขแล้วหรือยัง? มาเริ่มกันเลย! ✅
วิเคราะห์อย่างรวดเร็ว: โปรแกรม Startup Boostเป็นต้นเหตุหรือไม่?
- 🔍 เปิดตัวจัดการงาน (Ctrl + Shift + Esc) เมื่อบูตเครื่อง
- 📊 สังเกตข้อความ "Microsoft Edge Update" หรือโปรแกรมที่กำลังโหลดข้อมูลล่วงหน้าซึ่งใช้ CPU/RAM มากกว่า 20%
- ⚙️ ถ้าใช่ โปรดดำเนินการต่อ— การแก้ไขปัญหา บูตเครื่องช้า ของคุณ เริ่มต้นที่นี่!
วิธีที่ 1: ปิดใช้งาน Startup Boost (วิธีแก้ไขที่เร็วที่สุด 🚀)
วิธีแก้ปัญหาอันดับ 1: ปิดใช้งานซะ วิธีนี้จะหยุดการโหลดล่วงหน้าและลดอาการแล็กโดยไม่สูญเสียฟีเจอร์ต่างๆ ของ Edge
- 1️⃣ เปิดMicrosoft Edge → จุดสามจุด → การตั้งค่า
- 2️⃣ ไปที่ระบบและประสิทธิภาพ → ปิดใช้งานStartup Boost
- 3️⃣ รีสตาร์ทพีซี แค่นี้ก็เรียบร้อย—ปัญหาบูตช้าหายไปแล้ว!
เคล็ดลับ: รีบูตสองครั้งเพื่อล้างสิ่งตกค้าง ผู้ใช้รายงานว่าบูตเครื่องได้เร็วขึ้นทันที 50%
วิธีที่ 2: ล้างแคชของ Edge และรีเซ็ตข้อมูลการเริ่มต้นระบบ
แคชที่บวมจะทำให้Startup Boost หน่วง มากขึ้น ล้างแคชให้สะอาด:
| ขั้นตอน |
การกระทำ |
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
| 1️⃣ |
การตั้งค่า Edge → ความเป็นส่วนตัว → ล้างข้อมูลการท่องเว็บ → ตลอดเวลา → รูปภาพ/ไฟล์ที่แคชไว้ |
เพิ่มพื้นที่ว่าง 1-5GB |
| 2️⃣ |
เรียกใช้ในแถบที่อยู่: edge://settings/reset→ กู้คืนการตั้งค่า |
รีเซ็ตโดยไม่สูญเสียบุ๊กมาร์ก |
| 3️⃣ |
ตัวจัดการงาน → สิ้นสุดการทำงานของ Edge → รีบูตเครื่อง |
ไม่มีอาการหน่วงขณะบูตเครื่อง อีกต่อไป |
การตั้งค่าแบบนี้ช่วยแก้ปัญหาได้ถึง 80% รู้สึกถึงความเร็วแล้วหรือยัง? อ่านต่อเพื่อดูเทคนิคการปรับแต่งขั้นสูง! ⭐
วิธีที่ 3: อัปเดต Edge และปรับแต่งการเริ่มต้นระบบของ Windows
Edge เวอร์ชันเก่าเกินไปหรือเปล่า? บั๊กในเวอร์ชันเก่าทำให้ปัญหา Startup Boost แย่ลงไป อีก
- 1️⃣ Edge → ความช่วยเหลือ → เกี่ยวกับ Microsoft Edge → การดาวน์โหลดอัปเดตอัตโนมัติ
- 2️⃣ การตั้งค่า → แอป → การเริ่มต้นระบบ → ปิดใช้งานแอปที่ไม่จำเป็น (เช่น OneDrive หากไม่ได้ใช้งาน)
- 3️⃣ เรียกใช้
sfc /scannowCommand Prompt ในโหมดผู้ดูแลระบบเพื่อซ่อมแซมระบบ
แพทช์ล่าสุดของ Edge ช่วยลดอาการแล็กได้อย่างมาก ตรวจสอบได้ที่ฝ่ายสนับสนุนอย่างเป็นทางการของ Microsoftคอมพิวเตอร์ของคุณจะขอบคุณคุณ! 👏
วิธีที่ 4: การแก้ไขปัญหาขั้นสูงสำหรับปัญหาการบูตเครื่องช้าที่แก้ไขยาก
หากอาการหน่วงยังคงอยู่:
- 💻 เพิ่มหน่วยความจำเสมือน: การตั้งค่า → ระบบ → เกี่ยวกับ → ขั้นสูง → ประสิทธิภาพ → หน่วยความจำเสมือน → ขนาดกำหนดเอง (1.5 เท่าของ RAM)
- 🛡️ สแกนไวรัส—มัลแวร์ชอบแอบเข้าควบคุมระบบตอนเริ่มต้นทำงาน
- 🔧 การปรับแต่งรีจิสทรี (โปรดระมัดระวัง!):
regedit→ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Policies\Microsoft\Edge → เพิ่มค่า DWORD ใหม่ "StartupBoostEnabled" = 0
สำรองข้อมูลก่อน วิธีนี้จะช่วยขจัดปัญหาความหน่วงในการเริ่มต้นใช้งาน Microsoft Edgeที่ ฝังรากลึก
เคล็ดลับการป้องกัน: ทำให้Startup Boostทำงานได้อย่างราบรื่นไร้ปัญหาตลอดไป
- ⭐ จำกัดแอปที่เริ่มต้นทำงานอัตโนมัติไม่เกิน 5 แอป
- ✅ ล้างแคชทุกสัปดาห์
- 🚀 ใช้โหมดประสิทธิภาพของ Edge (การตั้งค่า → ระบบ)
- 📱 ตรวจสอบการทำงานด้วยวิดเจ็ต Task Manager
| แก้ไข |
ได้เวลาสมัครแล้ว |
การเพิ่มความเร็ว |
| ปิดใช้งานบูสต์ |
1 นาที |
⭐⭐⭐⭐⭐ |
| ล้างแคช |
2 นาที |
⭐⭐⭐⭐ |
| อัปเดต + ปรับปรุงประสิทธิภาพ |
5 นาที |
⭐⭐⭐ |
ข้อคิดส่งท้าย: ทวงคืนรองเท้าบู๊ตเร็วของคุณได้แล้ววันนี้!
ตั้งแต่การปิดใช้งาน Startup Boostไปจนถึงการล้างแคช วิธีแก้ไขเหล่านี้จะเปลี่ยนอาการหน่วงของ Startup Boost ใน Microsoft Edge ให้กลายเป็นความเร็วที่ราบรื่น ผู้ใช้ส่วนใหญ่เห็นผลลัพธ์ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ ลองวิธีที่ 1 ก่อน จากนั้นค่อยลองวิธีอื่น ๆ คอมพิวเตอร์ของคุณสมควรได้รับการบูตที่ราบรื่น! มีคำถามไหม? แสดงความคิดเห็นได้เลย เราพร้อมให้ความช่วยเหลือ แชร์ต่อหากได้ผล! 🎉
ผ่านการทดสอบแล้วว่าใช้งานได้ดีบน Windows และ Edge เวอร์ชันล่าสุด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด