ลองนึกภาพว่าคุณเปิดMicrosoft Edgeบน พีซี Windows 11 เครื่องใหม่เอี่ยมของคุณ แล้วต้องเจอกับหน้าจอว่างเปล่าหรือวงล้อหมุนไม่รู้จบ น่าหงุดหงิดใช่ไหม? 😩 คุณไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก—คนนับล้านเจอปัญหาMicrosoft Edge โหลดหน้าเว็บไม่ขึ้นเนื่องจากแคชสะสม ส่วนขยาย หรือปัญหาเครือข่าย ข่าวดีก็คือ วิธีแก้ไขส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีและไม่จำเป็นต้องมีทักษะขั้นสูง เราจะแนะนำคุณทีละขั้นตอน เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุด มาทำให้การท่องเว็บของคุณกลับมาเร็วปานสายฟ้าแลบกันเถอะ! ⚡
เหตุใดMicrosoft Edge จึงไม่โหลดหน้าเว็บในWindows 11 ? การวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว
ก่อนเริ่มลงมือ ให้ระบุตัวการก่อน:
- ❌ แคชเสียหาย หรือเว็บไซต์บล็อกคุกกี้
- ❌ ส่วนขยายที่ทำงานผิดพลาดรบกวนการทำงานของหน้าเว็บ
- ❌ เวอร์ชันMicrosoft Edge ล้าสมัยแล้ว
- ❌ ปัญหาเกี่ยวกับอะแดปเตอร์เครือข่ายหรือปัญหาเกี่ยวกับ DNS
- ❌ ไฟล์ระบบเสียหายบนWindows 11
เริ่มจากพื้นฐานก่อน ถ้าไม่ได้ผล ค่อยไปขั้นตอนขั้นสูง เคล็ดลับ: ทดสอบในเบราว์เซอร์อื่น เช่น Chrome เพื่อยืนยันว่าเป็นปัญหาเฉพาะของ Edge พร้อมแล้วหรือยัง? มาแก้ไขกันเลย! 👆
🔧 วิธีแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วสำหรับMicrosoft Edge ที่โหลดหน้าเว็บไม่ขึ้น (แต่ละวิธีใช้เวลาน้อยกว่า 2 นาที)
ขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาได้ถึง 80% ไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ทเครื่อง เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
- ✅ ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ
ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนเครือข่ายในแถบงาน หาก Wi-Fi แสดงว่าเชื่อมต่อแล้ว แต่หน้าเว็บไม่โหลด ให้เรียกใช้ตัวแก้ไขปัญหา: การตั้งค่า > ระบบ > แก้ไขปัญหา > ตัวแก้ไขปัญหาอื่นๆ > การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแค่นี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว!
- ✅ รีสตาร์ท Microsoft Edge
ปิดหน้าต่าง Edge ทั้งหมด (ใช้ Task Manager: Ctrl+Shift+Esc > Processes > End task on Edge) แล้วเปิด Edge ขึ้นมาใหม่ ง่ายๆ แต่ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ ✨
- ✅ เปิด Edge ในโหมด InPrivate
โดยกด Ctrl+Shift+N หากหน้าเว็บโหลดขึ้นมาได้ แสดงว่าส่วนขยายหรือแคชเป็นสาเหตุ เครื่องมือวินิจฉัยที่ดีเยี่ยม!
💥 ล้างแคชและคุกกี้: วิธีแก้ปัญหาอันดับ 1 สำหรับEdge ที่โหลดเว็บไซต์ไม่ขึ้น
ข้อมูลที่ล้าสมัยคือตัวการสำคัญที่สุด นี่คือเหตุผล:
- เปิด Edge > จุดสามจุด > การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว การค้นหา และบริการ
- ภายใต้หัวข้อ "ล้างข้อมูลการท่องเว็บ" ให้เลือกตลอดเวลา > ตรวจสอบคุกกี้ รูปภาพ/ไฟล์ที่แคชไว้
- คลิก "ล้างข้อมูลตอนนี้" จากนั้นรีสตาร์ท Edge หน้าเว็บก็จะแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว!
เหตุผลที่ได้ผล:ไฟล์ที่เสียหายจากการท่องเว็บบ่อยๆ ทำให้ Edge ทำงานช้าลง วิธีนี้จะลบไฟล์เหล่านั้นออกโดยไม่ทำให้บุ๊กมาร์กหายไป
🛡️ ปิดใช้งานส่วนขยายและรีเซ็ตการตั้งค่า
ส่วนเสริมต่างๆ เช่น โปรแกรมบล็อกโฆษณา มักทำให้การโหลดหน้าเว็บมีปัญหา สแกนอย่างรวดเร็ว:
- edge://extensions/ ในแถบที่อยู่
- ปิดทุกอย่าง > โหลดหน้าเว็บใหม่ สำเร็จหรือไม่? เปิดใช้งานทีละอย่างเพื่อหาตัวการ
เพื่อการรีเซ็ตที่ลึกยิ่งขึ้น:
- จุดสามจุด > การตั้งค่า > รีเซ็ตการตั้งค่า > คืนค่าการตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น
- Edge จะเริ่มต้นใหม่อย่างราบรื่น บุ๊กมาร์กปลอดภัย! 👍
📊 สรุปวิธีแก้ไขปัญหา: เลือกวิธีแก้ปัญหาของคุณ
| ปัญหา |
สารละลาย |
เวลา |
ความยากลำบาก |
| การสะสมของแคช |
ล้างข้อมูลการท่องเว็บ |
1 นาที |
ง่ายมาก ⭐ |
| ส่วนขยาย |
ปิดใช้งานทั้งหมด |
2 นาที |
ง่ายมาก ⭐ |
| แอปที่ล้าสมัย |
อัปเดต Edge |
3 นาที |
ง่ายมาก ⭐ |
| เครือข่าย |
รีเซ็ต TCP/IP |
5 นาที |
ขนาดกลาง ⭐⭐ |
| ไฟล์ระบบ |
เรียกใช้คำสั่ง SFC /scannow |
10 นาที |
ขนาดกลาง ⭐⭐ |
🔄 การแก้ไขปัญหาขั้นสูง: เมื่อวิธีการพื้นฐานไม่ได้ผล
ยังติดอยู่ที่เดิมเหรอ? ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น:
อัปเดตMicrosoft Edgeเป็นเวอร์ชันล่าสุด
จุดสามจุด > ความช่วยเหลือและข้อเสนอแนะ > เกี่ยวกับ Microsoft Edge โปรแกรมจะดาวน์โหลดการอัปเดตโดยอัตโนมัติ แพทช์ล่าสุดแก้ไขข้อผิดพลาดในการโหลดบนWindows 11
รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
- ค้นหา "cmd" > เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ
- พิมพ์:
netsh int ip reset> กด Enter
- รีสตาร์ทพีซี ระบบจะรีเฟรช DNS เพื่อให้หน้าเว็บโหลดได้!
เรียกใช้โปรแกรมตรวจสอบไฟล์ระบบ (SFC) และ DISM
- พร้อมท์คำสั่งในฐานะผู้ดูแลระบบ
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth(รอ 5-10 นาที)
- แล้ว:
sfc /scannow.
- รีบูตเครื่อง ซ่อมแซม ไฟล์ Windows 11 ที่เสียหาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Edge
ติดตั้ง Microsoft Edgeใหม่(วิธีสุดท้าย)
เรียกใช้ PowerShell ในฐานะผู้ดูแลระบบ: Get-AppxPackage *edge* | Remove-AppxPackageดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ล่าสุดจากเว็บไซต์ Microsoft Edgeเหมือนใหม่เลย!
🎉 เคล็ดลับการป้องกัน: กำจัดปัญหา Edge โหลดหน้าเว็บไม่ขึ้นไปตลอดกาล
- ⭐ กำหนดเวลาล้างแคชรายสัปดาห์
- ⭐ จำกัดการใช้ส่วนขยายเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
- ⭐ เปิดใช้งานการอัปเดตอัตโนมัติในการตั้งค่า
- ⭐ ควรใช้ VPN อย่างระมัดระวัง—ทดสอบโดยไม่ใช้ VPN ก่อน
หากปัญหายังคงอยู่ โปรดตรวจสอบ ฟอรัม สนับสนุนของ Microsoftคุณทำได้แน่นอน—Windows 11 Edge ของคุณตอนนี้ใช้งานได้อย่างราบรื่นแล้ว! แบ่งปันความสำเร็จของคุณในช่องแสดงความคิดเห็น 🚀